ภัยเงียบทาสแมวต้องระวัง! รู้จัก “เชื้อราแมว” โรคผิวหนังยอดฮิตที่ติดคนได้
หากพูดถึงฝันร้ายของคนเลี้ยงแมว นอกจากการที่น้องป่วยแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ทาสแมวกลัวที่สุดคือ “เชื้อราแมว” เพราะไม่เพียงแค่ทำให้น้องแมวขนร่วงเป็นหย่อมๆ ดูไม่สวยงามแล้ว มันยังเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน (Zoonosis) วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกโรคนี้กันให้ชัดๆ ว่ามันคืออะไร รักษาอย่างไร และจะป้องกันได้อย่างไรครับ
เชื้อราแมว (Ringworm) คืออะไร?
เชื้อราแมว หรือในทางการแพทย์เรียกว่า Dermatophytosis ไม่ใช่หนอน (Worm) ตามชื่อภาษาอังกฤษ แต่เกิดจากการติดเชื้อราในกลุ่ม Dermatophytes ซึ่งกินโปรตีนที่ผิวหนัง ขน และเล็บเป็นอาหาร โดยเชื้อที่พบได้บ่อยที่สุดในแมวคือ Microsporum canis ซึ่งพบได้มากถึง 95% ของการติดเชื้อทั้งหมด
เชื้อราแมวอาการเป็นยังไง
แมวที่เป็นเชื้อราอาจไม่ได้แสดงอาการรุนแรงในทันที แต่อาการที่สังเกตได้ชัดเจนมีดังนี้:
- ขนร่วงเป็นวง: มักพบขนร่วงเป็นวงกลมขอบแดง
- ผิวหนังผิดปกติ: ผิวหนังบริเวณนั้นจะแห้ง ลอกเป็นขุย หรือตกสะเก็ดเหมือนรังแค
- อาการคัน: น้องแมวจะเกาหรือเลียบริเวณนั้นบ่อยกว่าปกติ
- พาหะแฝง: ข้อควรระวัง! แมวบางตัวอาจมีเชื้อราอยู่บนตัวแต่ไม่แสดงอาการใดๆ แต่ยังสามารถแพร่เชื้อสู่แมวตัวอื่นหรือเจ้าของได้
สาเหตุและการแพร่กระจายของเชื้อราแมว
เชื้อราแมวติดง่ายมาก และสามารถแพร่กระจายได้หลายทาง:
- สัมผัสโดยตรง: การเล่น กอด หรือสัมผัสกับสัตว์ที่ติดเชื้อ
- สิ่งแวดล้อมและของใช้: สปอร์ของเชื้อราสามารถมีชีวิตอยู่บนที่นอน โซฟา พรม หรือหวีแปรงขนได้นานถึง 18 เดือน!
- ภูมิคุ้มกัน: ลูกแมว แมวแก่ หรือแมวที่ป่วย (เช่น เป็นลูคีเมียหรือเอดส์แมว) จะมีความเสี่ยงสูงกว่าแมวที่แข็งแรง
เชื้อราแมวติดคนได้ แล้วคนจะเป็นอย่างไร?
เมื่อคนติดเชื้อราจากแมว จะมีอาการคล้ายกันคือ เกิดผื่นแดงเป็นวงกลม คันมาก และขอบแผลอาจนูนขึ้น มักพบบริเวณแขน ขา หรือลำตัวที่สัมผัสกับแมว หากเกาจนเป็นแผลอาจติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้
วิธีรักษาเชื้อราแมว
การรักษาเชื้อราต้องใช้ความอดทน เพราะอาจกินเวลานาน 3-5 สัปดาห์ หรือบางเคสอาจนานเป็นเดือน ขึ้นอยู่กับความรุนแรง โดยสัตวแพทย์มักใช้วิธีดังนี้:
1. กินยา
เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการกำจัดเชื้อจากภายใน ยาที่นิยมใช้คือ Itraconazole (มักเป็นยาน้ำสำหรับแมว) หรือ Terbinafine
- ข้อควรระวัง: ยาเชื้อรามีผลต่อตับ ไม่ควรซื้อยาให้แมวกินเองเด็ดขาด ต้องอยู่ในการดูแลของสัตวแพทย์เท่านั้น
2. ทายาภายนอกและใช้แชมพูยา
ใช้เพื่อลดจำนวนสปอร์บนตัวแมวและลดการแพร่กระจาย
- แชมพูยา: แนะนำแชมพูที่มีส่วนผสมของ Miconazole, Ketoconazole หรือ Chlorhexidine 2% ฟอกทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วล้างออก (ทำ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์)
- ยาทาเฉพาะที่: ใช้แต้มบริเวณที่เป็นรอยโรค
3. การตัดขน
ในเคสที่เป็นเยอะ หรือแมวขนยาว (เช่น เปอร์เซีย เมนคูน) คุณหมออาจแนะนำให้ โกนขน เพื่อให้ทายาได้ทั่วถึง และกำจัดเส้นขนที่มีเชื้อราเกาะอยู่ออกไป
การดูแลทำความสะอาดบ้าน (สำคัญมาก!)
การรักษาที่ตัวแมวอย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะถ้าสปอร์ยังอยู่ในบ้าน น้องก็จะกลับมาเป็นซ้ำได้
- ดูดฝุ่น: เน้นดูดฝุ่นทุกซอกทุกมุมเพื่อกำจัดขนที่ร่วง
- ซักด้วยน้ำร้อน: ที่นอนแมว ผ้าเช็ดตัว ควรซักด้วยน้ำร้อนหรือใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ
- น้ำยาฟอกขา: สำหรับพื้นผิวแข็ง สามารถใช้น้ำยาไฮเตอร์ผสมน้ำ (อัตราส่วน 1:10 หรือ 1:32) เช็ดถูทำความสะอาดเพื่อฆ่าสปอร์ได้
สรุป
เชื้อราแมวไม่ใช่โรคร้ายแรงถึงชีวิต แต่เป็น “โรคแห่งความอดทน” หากน้องแมวที่บ้านเริ่มมีขนร่วงเป็นวง ควรรีบพามาพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจด้วยแสง Wood’s Lamp หรือเพาะเชื้อ เพื่อยืนยันผลและรับการรักษาที่ถูกต้อง ยิ่งรักษาเร็วยิ่งหายไว และลดโอกาสติดสู่คนในบ้านได้อีกด้วย
References:
- VCA Animal Hospitals: Ringworm in Cats – Diagnosis and Treatment https://vcahospitals.com/know-your-pet/ringworm-in-cats
- Cornell Feline Health Center: Ringworm: A Serious but Readily Treatable Affliction https://www.vet.cornell.edu/departments-centers-and-institutes/cornell-feline-health-center/health-information/feline-health-topics/ringworm-serious-readily-treatable-affliction
- Purina UK: Ringworm in Cats: Symptoms & Treatment Methods https://www.purina.co.uk/articles/cats/health/skin-fur-ears/ringworm-in-cats
